เมืองมหาสารคาม

               ลุจุลศักราช ๑๒๒๗ ปีฉลู สัปตศก (พ.ศ. ๒๔๐๘) พระขัติยวงษาเจ้าเมืองร้อยเอ็ด มีบอกขอตั้งบ้านลาดกุดยางใหญ่ (ฤานางใหญ่ ฤาใย) เปนเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ ฤานางในเป็นเมืองมหาสารคาม ให้ท้าวมหาไชยบุตรอุปฮาด (สิง) เมืองร้อยเอ็ด เปนพระเจริญราชเดช เจ้าเมืองให้ท้าวบัวทองบุตรอุปฮาด (ภู) เปนอัคฮาด ให้ท้าวไชยวงษา (ฮึง) บุตรพระยาขัติยวงษาเจ้าเมืองร้อยเอ็ดเปนอัควงษ์ ให้ท้าวเถื่อนบุตรพระขัติยวงษา (จัน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด เปนอัคบุตร รักษาเมืองมหาสารคามขึ้นเมืองร้อยเอ็ด เมืองร้อยเอ็ดได้แบ่งเลขให้ ๔๐๐๐ คน ทั้งสำมะโนครัวประมาณ ๙๐๐๐ คน
               ฝ่ายเมืองร้อยเอ็ด อุปฮาด (ภู) ถึงแก่กรรม แลพระขัติยวงษาเจ้าเมืองก็แก่ชราจึงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งให้พระขัติยวงษา เปนพระนิคมจางวาง ตั้งให้ราชวงษ์ เปน พระขัติยวงษาเจ้าเมืองตั้งให้ราชบุตร เปนอุปฮาด ให้ท้าวก่ำ เปนราชวงษ์ ท้าวเสือบุตรพระวิไสยสุริยวงษ์ เปนราชบุตร
               ในปีนี้เจ้าพระยานิกรบดินทร ที่สมุหนายกถึงแก่อาสัญกรรม ครั้นวัน ๖ฯ๑๒๑๒ ค่ำ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสุวรรณบัตร ตั้งให้เจ้าพระยายมราช (นุช) เปนเจ้าพระยาภูธราภัยที่สมุหนายก แทนเจ้าพระยานิกรบดินทรต่อไป
               ในปีนี้ ฝ่ายเมืองยโสธร ไปแทรกโพนได้ช้างสีประหลาดบอกส่งมาถวาย ณ กรุงเทพฯ ๑ ช้าง
               ฝ่ายทางเมืองเขมราฐ พระเทพวงษา ( บุญเฮา) ป่วยถึงแก่กรรม

               (๑) พระเจริญราชเดช ( ท้าวมหาชัย กวด ภวภูตานนท์)
ท้าวมหาชัย (กวด) ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม เป็นหลานของพระยาขัติยวงษา (สีลัง) ท่านผู้นี้เป็นบิดาของอัญญาแม่ศรีเจริญราชเดช ฯ ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ท้าวบัวทองหลานพระยาขัติยวงษา (สีลัง) เป็นบิดาของพระเจริญราชเดช ( อุ่น ภวภูตานนต์ ณ มหาสารคาม) ซึ่งเดป็นสามีอัญญาแม่ศรี ฯ ท้าวไชยวงษา (ฮึง) เป็นบุตรของพระยาขัติยวงษา (สีลัง) ภายหลังเป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมืองคนที่ ๒ ของเมืองมหาสารคาม
               (๒) พระขัติยวงษาผู้นี้คือพระขัติยวงษา (จันทร์) เป็นหลานพระขัติยวงษา (สุทนต์)
               (๓) ที่ว่าตั้งให้ราชวงษ์เป็นพระขัติยวงษานี้ความไม่ชัด จึงขออธิบายว่า ท่านผู้นี้คือ พระขัติยวงษา (สาร) ส่วนท้าวเสือก็เป็นน้องชาย, ทั้งสองคนนี้เป็นบุตรพระพิชัยสุริวงษ์ (เจ้าโพนแพง) ที่แจ้งชื่อว่า พระวิไสยสุริยวงษ์นั้นคลาดเคลื่อนไป
               (๔) เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร )
               (๕) เจ้าพระยายมราช ( นุช บัณยรัตพันธุ์ )
ครั้นลุจุลศักราช ๑๒๒๘ ปีขาล อัฐศก ( พ.ศ.๒๔๐๙ ) โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ท้าวบุญสิงเปนเจ้าเมืองเขมราฐ
               กับโปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองพรหมกัน ให้หลวงสัศดี ( สิน ) เป็นที่พระวิไชยเจ้าเมืองพรหมกัน ขึ้นกับเมืองสังขะในปีนี้ด้วย
               ในปีนี้จีนหอยลูกค้าเมืองอุบลไปพักอยู่ที่ริมบ้านเหมือดแอ ห้วยกากวาก ถูกผู้ร้ายปล้น ฆ่าตาย พี่น้องของจีนหอยได้ร้องต่อเมืองอุบล ๆ ว่าเปนแขวงเมืองสุวรรณภูมิครั้นไปร้องทางเมืองสุวรรณภูมิ ๆ ก็ว่าไม่ใช่แขวงเมืองสุวรรณภูมิ พี่น้องจีนหอยจึ่งได้ไปกราบเรียนเจ้าพระยานครราชสีมาๆ จึ่งเรียกเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ เจ้าเมืองอุบล เจ้าเมืองศรีสระเกษไปพร้อมกันแล้วมีบัญชาว่า เกิดความฆ่ากันตายในที่ใกล้บ้านแขวงเมืองอุบล เมืองศรีสระเกษ เมืองสุวรรณภูมิ ถ้าเมืองใดสืบผู้ร้ายได้จะยกที่ตำบลนั้นให้เปนของเมืองนั้น ถ้าสืบไม่ได้จะให้เฉลี่ยเสียเงินให้แก่พี่น้องจีนหอย ฤาถ้าเมืองใดอยากจะได้ที่ดินตำบลนั้นแล้ว ก็ให้เอาเงินเสียให้แก่พี่น้องจีนหอยห้าชั่ง จะยกที่ดินตำบลนั้นให้เปนแขวงเมืองนั้น เจ้าเมืองอุบลจึ่งยอมเสียเงินให้แก่พี่น้องจีนหอย เจ้าพระนครราชสีมาจึ่งได้ตัดสินยกที่ดินตำบลนั้นให้แก่เมืองอุบล ตั้งแต่ห้วยกากวากถึงปากซีตกมูลตั้งแต่นั้นมา เมืองอุบลจึ่งได้ไปปักหลักเขตรแดนไว้เปนสำคัญ
               ฝ่ายเมืองสุวรรณภูมิ จึ่งบอกกล่าวโทษเมืองอุบลลงมากรุงเทพฯ ว่า เมืองอุบลปักหลักล่วงเขตรแดนเมืองสุวรรณภูมิ จึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้เมืองทั้งสองส่งแผนที่ แลให้ถามกรมการเมืองอุบลซึ่งลงมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ในเวลานั้น ได้ความในเรื่องจีนหอย ตามที่เจ้าพระนครราชสีมาตัดสินแล้วนั้น จึ่งได้มีตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ตัดสินขึ้นไปว่าตั้งแต่ห้วยกากวากฝั่งตะวันออกไปจนถึงลำมูลลำชี ให้เปนเขตรแขวงเมืองชนะไชยขึ้นเมืองอุบล ตั้งแต่ห้วยกากกวากฝั่งตะวันตกให้เปนแขวงเมืองสุวรรณภูมิ
               พระธิเบศร์วงษาเจ้าเมืองกุดฉิมนารายน์ถึงแก่กรรม พระยาไชยสุนทรเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ มีบอกขอตั้งอุปฮาดเมืองกุดฉิมนารายน์เปนเจ้าเมืองกุดฉิมนารายน์ วัน ๑ฯ๑๕๖ ค่ำ ปีนี้ จึ่งโปรดเกล้าฯ ตั้งอุปฮาดเปนพระธิเบศร์วงษาเจ้าเมืองกุดฉิมนารายน์พระราชทานถาดหมากคนโทเงิน ๑ สำรับ สัปทนแพรหลิน ๑ เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง ๑ แพรสีทับทิมติดขลิบ ๑ ผ้าดำปักไหมทอง ๑ แพรขาวห่ม ๑ ผ้าปูม ๑ เปนเครื่องยศ
               ฝ่ายเมืองอุบล, นั้น ตั้งแต่พระพรหมราชวงษา ( กุทอง ) ถึงแก่กรรมแล้ว ก็ยังไม่มีเจ้าเมืองมาจนถึงปีนี้ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เจ้าหน่อคำ หลานเจ้าอนุเวียงจันท์ ซึ่งเปนเจ้าราชวงษ์อยู่เมืองจำปาศักดินั้น ไปเปนเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงษ์เจ้าเมืองอุบลราชธานีต่อไป
               ส่วนตำแหน่งเจ้าราชวงษ์เมืองจำปาศักดินั้นโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพิมพิสาร ( บัวพรรณ ) บุตรเจ้านุด หลานเจ้านครจำปาศักดิ ( หมาน้อย ) รับตำแหน่งเปนเจ้าราชวงษ์นครจำปาศักดิ
               ในปีนี้ มีกอมมันดองลาครองเดียฝรั่งเศส มาเที่ยวตรวจตามลำน้ำโขงแลได้แวะยัง
เมืองจำปาศักดิ์