เฮือนอีสานกับความเชื่อที่ปรากฏในใบลาน
 

เฮือนอีสานกับความเชื่อที่ปรากฏในใบลาน
   ในกรณีใบลานสำนักสงฆ์อิสระธรรมวิเวก บ.กกเหลี่ยม – หนองขอน  . วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม


 
    
   

     “เฮือน”  ตามพจนานุกรมภาษาถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นคำนาม มีความหมายเช่นเดียวกับเรือน และพจนานุกรม ภาคอีสาน – ภาคกลาง ฉบับปณิธาน ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์  “เฮือน” เป็นคำนาม หมายความว่าสิ่งปลูกสร้าง สำหรับเป็นที่อยู่ = เรือน.เฮือนโข่ง,เฮือนโล่ง น. เรือนเปิด มีแต่โครงไม่กั้นฝา. เฮือนไฟ น. ครัว เฮือนย้าว น.เรือนชั่วคราว, เรือนเล็กๆส่วนมากมี สองห้อง เสาไม้ไม่ทุบเปลือก

                คำว่า "บ้าน" กับ "เฮือน" สำหรับความเข้าใจของชาวอีสานแล้วจะต่างกัน คำว่า "บ้าน" มักจะหมายถึง "หมู่บ้าน" มิใช่เป็นหลังๆ ส่วนคำว่า "เฮือน" นั้น ชาวอีสานหมายถึง เรือนที่เป็นหลังๆ
นอกจากคำว่า "เฮือน" แล้ว อีสานยังมีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะการใช้สอยใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบแตกต่างกันไป เช่น คำว่า "โฮง" หมายถึงที่พักอาศัยที่ใหญ่กว่า "เฮือน" มักมีหลายห้อง เป็นที่อยู่ของเจ้าเมืองในสมัยโบราณ

                คำว่า "คุ้ม" หมายถึง บริเวณที่มี "เฮือน" รวมกันอยู่หลายๆ หลัง เป็นหมู่อยู่ในละแวกเดียวกัน คำว่า "ตูบ" หมายถึง กระท่อมที่ปลูกไว้เป็นที่พักชั่วคราว มุงด้วยหญ้าหรือใบไม้

ชาวอีสานมีความเชื่อในการสร้างเรือนให้ด้านกว้างหันไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก ให้ด้านยาวหันไปทางทิศเหนือ และใต้ ซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกว่า วางเรือนแบบ "ล่องตาเว็น" เพราะถือกันว่า หากสร้างเรือนให้ "ขวางตาเว็น" แล้วจะ "ขะลำ" คือเป็นอัปมงคล ทำให้ผู้อยู่ไม่มีความสุข บริเวณรอบๆ เรือนอีสานไม่นิยมทำรั้ว เพราะเป็นสังคมเครือญาติ
การจัดวางแผนของห้องและองค์ประกอบต่างๆ ในเรือนไทยอีสานมีดังนี้
                1. เรือนนอนใหญ่ จะวางด้านจั่วรับทิศตะวันออก-ตะวันตก ส่วนมากจะมีความยาว 3 ช่วงเสา เรียกว่า "เรือนสามห้อง" ใต้ถุนโล่ง ชั้นบนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
                1.1 ห้องเปิง เป็นห้องนอนของลูกชาย มักไม่กั้นห้อง

                1.2 ห้องพ่อ-แม่ อาจกั้นเป็นห้องหรือบางทีก็ปล่อยโล่ง

                1.3 ห้องนอนลูกสาว มีประตูเข้ามีฝากั้นมิดชิด หากมีลูกเขยจะให้นอนในห้องนี้
ส่วนชั้นล่างของเรือนนอนใหญ่ อาจใช้สอยได้อีกกล่าวคือ กั้นเป็นคอกวัวควาย ฯลฯ

                 2. เกย (ชานโล่งมีหลังคาคลุม) เป็นพื้นที่ลดระดับลงมาจากเรือนนอนใหญ่ มักใช้เป็นที่รับแขก ที่รับประทานอาหาร ส่วนของใต้ถุนจะเตี้ยกว่าปกติ ซึ่งอาจใช้เป็นที่เก็บฟืน

                  3. เรือนแฝด เป็นเรือนทรงจั่ว เช่นเดียวกับเรือนนอน ในกรณีที่พื้นทั้งสองหลังเสมอกัน โครงสร้างทั้งคานพื้นและขื่อหลังคา จะฝากไว้กับเรือนนอน แต่หากเป็นเรือนแฝดลดพื้นลงมากกว่าเรือนนอน ก็มักเสริมเสาเหล็กมารับคานไว้อีกแถวหนึ่งต่างหาก

                   4. เรือนโข่ง มีลักษณะเป็นเรือนทรงจั่วเช่นเดียวกับเรือนนอนใหญ่ แต่ต่างจากเรือนแฝดตรงที่โครงสร้างของเรือนโข่งจะแยก ออกจากเรือนนอนโดยสิ้นเชิง สามารถรื้อถอนออกไปปลูกใหม่ได้โดยไม่กระทบกระเทือนต่อเรือนนอน

                     5. เรือนไฟ (เรือนครัว) ส่วนมากจะเป็นเรือน 2 ช่วงเสา มีจั่วโปร่งเพื่อระบายควันไฟ ฝานิยมใช้ไม้ไผ่สานลายทแยงหรือลายขัด

                     6. ชานแดด เป็นบริเวณนอกชานเชื่อมระหว่างเกย เรือนแฝดกับเรือนไฟ มีบันไดขึ้นด้านหน้าเรือน มี "ฮ้างแอ่งน้ำ" อยู่ตรงขอบของ ชานแดด บางเรือนที่มีบันไดขึ้นลงทางด้านหลังจะมี "ชานมน" ลดระดับลงไปเล็กน้อยโดยอยู่ด้านหน้าของเรือนไฟ

 
รูปแบบของเรือนไทยอีสาน
รูปแบบของเรือนไทยอีสานสามารถแบ่งได้ตามประเภทของการพักอาศัย ที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยในวาระต่างๆกัน ดังนี้
                  1. ประเภทชั่วคราว หรือใช้เฉพาะฤดูกาล ได้แก่ "เถียงนา" หรือ "เถียงไร่" ส่วนใหญ่จะยกพื้นสูง เสาเรือนใช้ไม้จริง ส่วนโครงใช้ไม้ไผ่ หลังคามุงหญ้าหรือแป้นไม้ที่รื้อมาจากเรือนเก่า พื้นเป็นไม้ไผ่สับ
2. ประเภทกึ่งถาวร เป็นเรือนขนาดเล็กที่ไม่มั่นคงแข็งแรงนัก ชาวอีสานเรียกว่า "เรือนเหย้า" หรือ "เฮือนย้าว" เป็นการเริ่มต้นชีวิต การครองเรือน และค่อยๆ เก็บหอมรอมริบไปสู่การมีเรือนถาวรในที่สุด เรือนประเภทนี้วัสดุก่อสร้างมักไม่พิถีพิถันนัก อาจเป็นแบบ "เรือนเครื่องผูก" หรือเป็นแบบผสมของ "เรือนเครื่องสับ" ก็ได
 
เรือนประเภทกึ่งถาวรนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

               2.1 เรือนเหย้ากึ่งถาวรชนิด "ตูบต่อเล้า" เป็นเรือนที่อิงเข้ากับตัวเล้าข้าว ซึ่งมีอยู่เกือบทุกครัวเรือน มีลักษณะคล้ายเพิงหมาแหงนทั่วไป ด้านสูงจะไปอาศัยโครงสร้างของเล้าข้าวเป็นตัวยึด ต่อหลังคาลาดต่ำลงไปทางด้านข้างของเล้า แล้วใช้เสาไม้จริงตั้งรับเพียง 2-3 ต้น มุงหลังคา ด้วยหญ้าหรือสังกะสี ยกพื้นเตี้ยๆ กั้นฝาแบบชั่วคราว อาศัยกันไปก่อนสักระยะหนึ่ง พอตั้งตัวได้จะย้ายไปปลูกเรือนใหญ่ถาวรอยู่เอง
                   2.2 เรือนเหย้ากึ่งถาวรชนิด "ดั้งต่อดิน" เป็นเรือนพักอาศัยที่แยกตัวออกจากเรือนใหญ่ทำนองเดียวกับ "ตูบต่อเล้า" แต่จะดูเป็นสัดส่วน มากกว่า ขนาดของพื้นที่ค่อนข้างน้อย กว้างไม่เกิน 2 . ยาวไม่เกิน 5 . นิยมทำ 2 ช่วงเสา คำว่า "ดั้งต่อดิน" เป็นคำเรียกของชาวไทยอีสานที่ หมายถึง ตัวเสาดั้งจะฝังถึงดิน และใช้ไม้ท่อนเดียวตลอดสูงขึ้นไปรับอกไก่

วิธีสร้าง "ดั้งต่อดิน" มักใช้ผูกโครงสร้างเหมือนกับเรือนเครื่องผูกตัวเสาและเครื่องบนนิยมใช้ไม้จริงทุบเปลือก หลังคามักมุงด้วยหญ้าคา ที่กรองเป็นตับแล้วเรียกว่า "ไพหญ้า" ฝาเรือนมักใช้ฝาแถบตอง โดยใช้ใบกุงหรือใบชาดมาประกบกับไม้ไผ่สานโปร่งเป็นตาราง หรือทำเป็น ฝาไม้ไผ่สับฟากสานลายขัดหริอลายสองทแยงตามแต่สะดวก ส่วนพื้นนิยมใช้พื้นสับฟากหรือใช้แผ่นกระดานปูรอง โดยใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกมามัด ขนาบกันแผ่นกระดานขยับเลื่อน
                    2.3 เรือนเหย้ากึ่งถาวรชนิด "ดั้งตั้งคาน" ยังอยู่ในประเภทของเรือนเครื่องผูก มีความแตกต่างจากเรือน "ดั้งต่อดิน" ตรงที่เสาดั้งต้น กลางจะลงมาพักบนคานของด้านสกัดไม่ต่อลงไปถึงดิน ส่วนการใช้วัสดุมุงหลังคา ฝาและพื้นเรือนจะใช้เช่นเดียวกับเรือนประเภท "ดั้งต่อดิน"

 

3. ประเภทถาวร ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น "เรือนเครื่องสับ" สังเกตได้จากการเลือกใช้วัสดุ รูปแบบของการก่อสร้าง ประโยชน์ใช้สอย และความประณีตทางช่าง อาจจำแนกเรือนถาวรได้เป็น 3 ชนิด คือ
                    3.1 ชนิดเรือนเกย มีลักษณะใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่ว เสาใช้ไม้กลม 8 เหลี่ยม หรือเสา 4 เหลี่ยม ตัวเรือนประกอบด้วยเรือนใหญ่ เกย ชานแดด เรือนไฟ และฮ้างแอ่งน้ำ(ร้านหม้อน้ำ)

                    3.2 ชนิดเรือนแฝด มีลักษณะใต้ถุนสูงและใช้เสากลมหรือเสาเหลี่ยมเช่นเดียวกัน ตัวเรือนประกอบด้วยเรือนใหญ่ เรือนแฝด เกย ชานแดด เรือนไฟ ฮ้างแอ่งน้ำ
                    3.3 ชนิดเรือนโข่ง มีลักษณะใต้ถุนสูงและใช้เสากลมหรือเสาเหลี่ยม มีจั่วแฝดอยู่ชิดติดกัน ไม่นิยมมีเกย เรือนชนิดนี้ประกอบด้วย เรือนใหญ่ เรือนโข่ง ชานแดด เรือนไฟ และฮ้างแอ่งน้ำ

ฤกษ์ยามในการปลูกเรือน

                       ฤกษ์เดือน
1. เดือนอ้าย นาคนั้นหลับนอนหลับหากปลูกเรือนอยู่มักตาย
2. เดือนยี่ นาคนอนตื่น ปลูกเรือนอยู่ดีมีสุข
3. เดือนสาม นาคหากินทางเหนือ มิดี อยู่ฮ้อนไฟจักไหม้
4. เดือนสี่ นาคหากินอยู่เรือน ปลูกเรือนอยู่ดีเป็นมงคล
5. เดือนห้า นาคพ่ายครุฑหนี ปลูกเรือนร้อนอกร้อนใจ มิดี
6. เดือนหก จะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มิตรสหายมาก
7. เดือนเจ็ด นาคพ่ายหนี จักได้พรากจากเรือน มิดี
8. เดือนแปด นาคเห็นครุฑ จักได้เสียของมีรู้แล้ว
9. เดือนเก้า นาคประดับตน ปลูกเรือนมีข้าวของกินมิรู้หมด
10. เดือนสิบ นาคถอดเครื่องประดับ ปลูกเรือนเข็ญใจ และคนในเรือนมักเจ็บไข้ตาย
11. เดือนสิบเอ็ด จะเกิดทุกข์ภัยอันตรายต่างๆ มักจะมีคนฟ้องร้องกล่าวหา จักมีโทษทัณฑ์
12. เดือนสิบสอง จะได้ทรัพย์สิน เงินทอง ข้าวของและคนใช้

               ฤกษ์วัน
1. วันอาทิตย์ ปลูกเรือนจะเกิดทุกข์อุบาทว์
2. วันจันทร์ ทำแล้ว 2 เดือน จะได้ลาภผ้าผ่อนและของขาวเหลือง เป็นที่พึงพอใจ
3. วันอังคาร ทำแล้ว 3 วัน ไฟจะไหม้หรือจะเจ็บไข้
4. วันพุธ ปลูกเรือนจะได้ลาภเครื่องอุปโภคมีผ้าผ่อน เป็นต้น
5. วันพฤหัสบดี ปลูกเรือนจะเกิดสุขกายสบายใจ ทำแล้ว 5 เดือนจะได้โชคลาภมาก
6. วันศุกร์ ปลูกเรือนจะมีความทุกข์และความสุขก้ำกึ่งกัน ทำแล้ว 3 เดือนจะได้ลาภเล็กน้อย
7. วันเสาร์ ปลูกเรือนจะเกิดพยาธิ หรือเลือดตกยางออก ทำแล้ว 4 เดือนจะลำบาก ห้ามไม่ให้ทำแล

               อันดับแรกต้องพิจารณาสถานที่ๆจะสร้างเรือนก่อน โดยต้องเลือกเอาสถานที่ปลอดโปร่ง ไม่มีหลุมบ่อ ไม่มีจอมปลวก ไม่มีหลุมผี ไม่มีตอไม้ใหญ่ และต้องดูความสูงต่ำ ลาดเอียงของพื้นดินว่าลาดเอียงไปทางทิศใด และจะเป็นมงคลหรือไม่ดังนี้
1. พื้นดินใด สูงหนใต้ ต่ำทางเหนือ เรียกว่า "ไชยะเต ดีหลี"
2. พื้นดินใด สูงหนตะวันตก ต่ำทางตะวันออก เรียกว่า "ยสะศรี-ดีหลี"
3. พื้นดินใด สูงทางอีสาน ต่ำทางหรดี เรียกว่า "ไม่ดี"
4. พื้นดินใด สูงทางอาคเนย์ ต่ำทางพายัพ เรียกว่า "เตโซ" เฮือนนั้นไม่ดี เป็นไข้ พยาธิฮ้อนใจ
เมื่อเลือกได้พื้นที่ปลูกเรือนแล้ว จะมีการเสี่ยงทายพื้นที่นั้นอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดข้าว 3 กระทง คือข้าวเหนียว 1 กระทง ข้าวเหนียวดำ 1 กระทง และข้าวเหนียวแดง 1 กระทง นำไปวางไว้ตรงหลักกลางที่ดินเพื่อให้กากิน
ถ้ากากินข้าวดำ ท่านว่าอย่าอยู่เพราะที่นั้นไม่ดี ถ้ากากินข้าวแดง ท่านว่าไม่ดียิ่งเป็นอัปมงคลมาก ถ้ากากินข้าวขาว ท่านว่าดีหลี จะอยู่เย็นเป็นสุข ให้รีบเฮ็ดเรือนสมสร้างให้เสร็จเร็วไว
การเลือกพื้นที่ที่จะปลูกเรือนอีกวิธีหนึ่งคือ การชิมรสของดิน โดยขุดหลุมลึกราวศอกเศษๆ เอาใบตองปูไว้ก้นหลุม แล้วหาหญ้าคาสดมาวางไว้บนใบตอง ทิ้งไว้ค้างคืนจะได้ไอดินเป็นเหงื่อจับอยู่หน้าใบตอง จากนั้นให้ชิมเหงื่อที่จับบนใบตอง
หากมีรสหวาน เป็นดินที่พออยู่ได้ มีรสจืด เป็นดินที่เป็นมงคล จะอยู่เย็นเป็นสุข มีรสเค็ม เป็นอัปมงคล ใครอยู่มักไม่ยั่งยืน มีรสเปรี้ยว พออยู่ได้แต่ไม่ใคร่ดีนัก จะมีทุกข์เพราะเจ็บไข้อยู่เสมอ

ต้นฉบับใบลานที่ปริวรรตใบลานสำนักสงฆ์อิสระธรรมวิเวก
บ.กกเหลี่ยม - หนองซอน ต.วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม

 จาแผ่นดินจักจาปลูกเฮือนอยู่นี้แล

 

บัดนี้จากแผ่นดินจักจาปลูกเฮือนอยู่ดีบ่ดีให้ฮู้ผิว่าแผ่นดินสูงก้ำบัวรัพพาเจ้าเฮือนจักเป็นพยาธิ                          
จัก
เสียของบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำอาคเนย์ไฟจักใหม้บ่แลผิว่าแผ่นดินสูงก้ำทักขินจัก
สันทุกโศกบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำหรดีมีลาภแมนเจ็บใข้ก็หายแลผิว่าแผ่นดินสูงก้ำ
ปัสสิมแฮงเสียเข้าของบ่ดีแลผิว่าแผ่นดินสูงอุดรบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำอีสานก็บ่ดี

 

ผิว่าแผ่นดินฮาบเพียงอยู่ดีแล**บัดนี้จักจาไปแฮกไม้เสาเฮือนให้พิจารณาดังนี้ ผิว่าลำใด
เป็นที่ล้มไปที่ดีจึงปล้ำเอาเทิน ผิว่าล้มไปก้ำวันออกอยู่ดีแล ผิว่าล้มไปอาคเนย์เป็นดี                               
มีสุขกว่าเก่าแล ผิว่าล้มไปใต้บ่ดีจักแพ้เจ้าเฮือนแล ผิว่าล้มไปหรดีจักเป็นทุกข์
โศกแล ผิว่าล้มไปวันตกจักได้โชกเงินคำแล ผิว่าผิว่าล้มไปพายัพจักได้สัตว์ 4 ตีนดี ผิว่าลมไปอุ-

จาเสาแฮกอยู่นี้ตัดเฮือนอยู่นี้

-ดรจักสำราญดี ผิว่าล้มไปอีสานจักได้สมบัติเข้าของมากนักแลล้มไปทางดีจึงป้ำเอาเทินล้มไปทาง
บ่ดีอย่าเอาเทิน**ผิว่าจักเอาเสาแฮกก่อนจักเอาเสาใดยันเสาแฮกดังนั้น
ให้ดูตาไม้ใว้ฮองดวดก็ดีฮองบ่าก็ดีฮองกกก็ดีนักแลเจ้าเฮย ผิว่าไม้ลางใด
เป็นยอดเป็นหง่ห้อยทั้งทางขึ้นว่างามก็ดียอดเฮือนดีนักแลผิว่าได้พร้อมบริบูรณ์แล้วจิง-

 

ตัดเทินครั้นจักตัดให้แทกแต่ฮูเปิงถึงปลายยอด 4 ศอกคืบปลาย 3 นิ้วมือก็ดี 5 ศอกป้ายกำมือก็ดี
แทกดวด 3 ผู้พูถ้วน 3 นั้นยืนแมนลาภพร้อมแม่มื้อหนึ่งแทกแปบก็ดีแท้ให้เอากำยืน
หนึ่งเอาขางยาวกว่าขื่อ 2 ศอกเอาขางให้แทกขื่อมาทบถองถ่อง1ปายกำ
มือให้เป็นไปดังแต่หลังขื่อเถิงปายเฮ็ดดังนี้แลผิว่าจักฟันเสาเฮือนก็ดีให้เอาเดือนเจียงเดือนยี่

 

3 4 5 6 ดีแท้แลผิว่าจักได้ฮู้เสาเฮือนเสาใดอันดีบ่ดีให้ฮู้ผิว่าผิว่าเสาใดกกใหญ่ปลายน้อย
ชื่อว่าน้อยกิลีอยู่ดีมีสุขสำราญดีแลผิว่าเลาใดกกน้อยปลายน้อยมาน
กลางชื่อว่ามุสพลิบ่ดีผิว่าเสาใดกกใหญ่ปลายน้อยชื่อว่ากาลกิณีบ่ดีอยู่จัก
ตายแลผิว่าเสาใดเมิงเสริมกันอยู่ดีแลฯผิว่าจักดวดเสาต้นขื่อขึ้นข้อมือ 12 ข้อมือ

จาแปงเสาอยู่นี้ปักดวดเสาสิ่วเสาตักเครื่อง

 

-บ่ดีแลต้น 3 ข้อมื้อดีแลผิว่าปุนปักดวดสิ่วแปงเสาดังนั้นให้เอาคากันอย่าให้สันให้
ยาวกว่ากันผิว่าบ่คากันบ่ดีชื่อว่าเนคอยู่บ่ดีแลให้พิจารณาให้ถืกเทินบัด
นี้จักจาตัดเครื่องเฮือนอยู่ดีบ่ดีให้ฮู้ก่อนแลผิว่าขื่อ 5 ศอกชื่อว่าอุสุ
พะลักแลแลผู้ขี้ไร้อยู่ได้เป็นเศรษฐีควรแก่ผู้ขี้ไร้เทินผิว่าขื่อ 5 ศอกแป8ศอกชื่อว่า

 

คะชะลักษณ์เป็นเฮือนเสนาผู้ใหญ่ดีแลฯผิว่าขื่อ 5 ศอกแปล 7 ศอกชื่อว่าคัชชลักอยู่จักปรากฏลือชา
แลผิว่าขื่อ 5 ศอกแป 12 ศอกชื่อว่าคัชชลักอยู่ดีแลผิว่าขื่อ 8 ศอก แป 15 ศอกชื่อว่าอุสุ
พะลักอยู่เป็นเศรษฐีดีแลผิผู้ใดจักปลูกเฮือนบ่อนใดอย่าให้ต้นไม่ใหญ่แลจุ้ม
ปัวอยู่ใกล้เฮือนบ่ดีแมนวาอยู่ใกล้ประมาณ 2 วาก็บ่ดีไม้ใหญ่อยู่ใกล้ 27 วาก็บ่ดี
แลผิไม้ตีนเป็ดส้มโฮงงิ้วทองแจอีฮูมไม้ฝูงนี้อย่าให้อยู่ใกล้เฮือนเทินแลบ่ดีแลพี่น้อง

เขิงขุดเสาเบิ่งลักขะดีบ่ดี
 

พ่อแม่ผัวเมียลูกเต้าเฮือนนั้นจักผิดเถียงกันจักหนีจากกันบ่อย่าแลเจ้าเฮยผิว่าจักเขื่อเฮือนขุด
เสาก็ดีผิเห็นคนป่วยบ่ปวดมากายดังนั้นเจ้าเฮือนมักเป็นพยาธิกังวลอันตราย
อนตายบ่ดีอย่าให้มาใกล้มากลายเทินลักษณะบ่ดีแลผิเห็นท่านนุ่งผ้าแดงแล
ทัดดอกไม้มาใกล้มากลายดังนั้นเจ้าเฮือนนั้นจักฮ้อนใจไฟจักไหม้อย่าให้มาใกล้
มากลายเทินบ่ดีแลผิว่าเห็นท่านเอาเนื้อนกมากลายดังนั้นดีนักอยู่จักได้ลาภข้าวของเพิงใจแลผิ

 

เห็นท่านอุ้มลูกมาใกล้กลายจูงกันมากลายดีจักได้สัตว์ 4 ตีนแลเห็นท่านนุ่งผ้าขาวทัด
ดอกไม้ขาวถือข้าวเปลือกข้าวสารมากลายจักได้เงินคำดีแลผิเห็นหมาขบกันเห็นท่าน
เอาตีกันเจ้าเฮือนมักผิดกันเถียงกันบ่ดีดายผิว่าขุดเสาแฮกให้พิจารณาดูผิว่า
เห็นถ่านไฟอยู่ในดินจักฮ้อนใจนักผิเห็นไม้เห็นทองเห็นไหในดินบ่ได้อยู่เหิงมักป่วย
บ่ดีแลผิหินแฮ่หินทรายหินผาอยู่สวัสดีแลผิเห็นเง้กเห็นงูจักได้ข้อยคนใหม่แลผิเห็น

ขุดเสาเห็นเป็นลางยอเสาเดือนไปเป็นพยาธิ
 

เหล็กเห็นหินขาวจักได้เงินคำแลเจ้าเฮยให้พิจารณาดูเทินฯฯบัดนี้จักจายอเสา
เฮือนก่อนแลเดือนเจียงยี่ สาม ให้ยอเสาก้ำอีสานก่อน สามเดือนนี้ไม้บุฮาเป็นพระยาแล
เดือน สี่ ห้า หก ให้ยอเสาก้ำอาคเนย์ก่อนดีแลสามเดือนนี้ไม้หมากเกลี้ยงเป็นพระยาแลเดือน
เจ็ด แปด เก้า ให้ยอเสาก้ำหรดีก่อนจึงดีแล สามเดือนนี้ไม้ขี้เหล็กเป็นพระยาแล
เดือน สิบ สิบเอ็ด สิบสอง ให้ยอเสาก้ำพายัพก่อนจึงดีแล สามเดือนนี้ไม้คูนเป็นพระยาแล

วันไม้เป็นพระยาอยู่นี้แล

เมื่อยอเสาเขิงก้ำทักษิณสูงเสี้ยนจึงดีพื้นเฮือนให้กองกวาดไว้จึงดีมีสมบัติแลเจ้าเฮยผิจักยอวันใด
ให้เอาไม้เป็นพระยาวันมาผูกกับเสาแฮกเสาขวัญแล้วจึงยอเทินวัน 1 ไม้ไผ่เป็นพระยา
วัน 2 ไม้เดื่อเป็นพระยาแล วัน 3 ไม้ตูมเป็นพระยาแลวัน 4 ไม้ดอกรักเป็นพระยาวัน 5 ไม้ม่วงเป็น
พระยาวัน 6 ไม้งิ้วเป็นพระยาวัน 7 ไม้พร้าวเป็นพระยาแลฯฯถ้าจักปลูกเฮือนปีใดวันใดไห้เอาไม้

  ขึ้นเฮือนใหม่อยู่นี้แล

บัดนี้จักขึ้นเฮือนใหม่ก่อนแล วันหนึ่งเอาแหมองขึ้นก่อนจึงดีแลวันสองเอาเงินขึ้นก่อนดีแลวันสาม
เอาเสื้อผ้าขึ้นก่อนดีแลวันสี่เอาแก้วแหวนเงินขึ้นก่อนดีแลวัน ๕ ๖ เอากล้วยอ้อยขึ้น
ก่อนดีแลวันเจ็ดเอาข้าวขึ้นก่อนดีแลบัดนี้จักจาเข้าบ้านใหม่เมืองใหม่ก็ดี
ให้พิจารณาดูเทินวัน 1 หัวนาคไปบูรพาวัน 2 หัวนาคไปอาคเนย์วัน 3หัว
หัวนาคไปปัจฉิมวัน 4 หัวนาคไปอุดร วัน 5 หัวนาคไปอีสานวันหกหัวนาคไปทักษิณวัน 7 หัวนาคไป-
ขึ้นเฮือนใหม่อยู่นี้ผิปงฮวายออกยามมีดังนี้

 

พายัพแล ผิจักขึ้นเฮือนใหม่ให้เอาคันไดก่ายก้ำหัวนาคขึ้นก่อนจึงเอาคันไดไปก่ายซานขึ้นเทิน
เจ้าเฮยฯฯวัน 1 ตุด วันสองเที่ยงวันสามกองงายวัน 4 แถใกล้เที่ยงวัน 5 ค่ำ
วัน 6 ตุดซ้าย วัน 7 กองแลง**อย่าให้กับยามมันออกเทินบ่ดีแลผิว่าจักปลูกข้าว
แฮกดังนี้เมื่อลงเฮือนไปคั้นได้ยินเสียงฟานไผให้คืนมาเสียก่อนจึงตั้วงไปที่ใหม่คั้นบ่
ได้ยินเสียงสัตว์ฮ้องจึงดีคนบ่เทียวจึงแรกอย่าให้ไผเห็นเทินเมื่อเอาต้นข้าวลงว่าดังนี้

จาแผ่นดินจักจาปลูกเฮือนอยู่นี้แล

 

บัดนี้จากแผ่นดินจักจาปลูกเฮือนอยู่ดีบ่ดีให้ฮู้ผิว่าแผ่นดินสูงก้ำบัวรัพพาเจ้าเฮือนจักเป็นพยาธิ
จักเสียของบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำอาคเนย์ไฟจักใหม้บ่แลผิว่าแผ่นดินสูงก้ำทักขินจัก
สันทุกโศกบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำหรดีมีลาภแมนเจ็บใข้ก็หายแลผิว่าแผ่นดินสูงก้ำ
ปัสสิมแฮงเสียเข้าของบ่ดีแลผิว่าแผ่นดินสูงอุดรบ่ดีผิว่าแผ่นดินสูงก้ำอีสานก็บ่ดี

            
              ผิว่าแผ่นดินฮาบเพียงอยู่ดีแล
**บัดนี้จักจาไปแฮกไม้เสาเฮือนให้พิจารณาดังนี้ ผิว่าลำใด                               
         เป็นที่ล้มไปที่ดีจึงปล้ำเอาเทิน ผิว่าล้มไปก้ำวันออกอยู่ดีแล ผิว่าล้มไปอาคเนย์เป็นดี
                               
         มีสุขกว่าเก่าแล ผิว่าล้มไปใต้บ่ดีจักแพ้เจ้าเฮือนแล ผิว่าล้มไปหรดีจักเป็นทุกข์
                               
         โศกแล ผิว่าล้มไปวันตกจักได้โชกเงินคำแล ผิว่าผิว่าล้มไปพายัพจักได้สัตว์
4 ตีนดี ผิว่าลมไป
อุ-

จาเสาแฮกอยู่นี้ตัดเฮือนอยู่นี้

 

-ดรจักสำราญดี ผิว่าล้มไปอีสานจักได้สมบัติเข้าของมากนักแลล้มไปทางดีจึงป้ำเอาเทินล้มไปทาง
บ่ดีอย่าเอาเทิน**ผิว่าจักเอาเสาแฮกก่อนจักเอาเสาใดยันเสาแฮกดังนั้น
ให้ดูตาไม้ใว้ฮองดวดก็ดีฮองบ่าก็ดีฮองกกก็ดีนักแลเจ้าเฮย ผิว่าไม้ลางใด

เป็นยอดเป็นหง่ห้อยทั้งทางขึ้นว่างามก็ดียอดเฮือนดีนักแลผิว่าได้พร้อมบริบูรณ์แล้วจิง
-

   ตัดเทินครั้นจักตัดให้แทกแต่ฮูเปิงถึงปลายยอด 4 ศอกคืบปลาย 3 นิ้วมือก็ดี 5 ศอกป้ายกำมือก็ดี                              
 
 แทกดวด 3 ผู้พูถ้วน 3 นั้นยืนแมนลาภพร้อมแม่มื้อหนึ่งแทกแปบก็ดีแท้ให้เอากำยืน                             
   หนึ่งเอาขางยาวกว่าขื่อ 2 ศอกเอาขางให้แทกขื่อมาทบถองถ่อง1ปายกำ                            
  
มือให้เป็นไปดังแต่หลังขื่อเถิงปายเฮ็ดดังนี้แลผิว่าจักฟันเสาเฮือนก็ดีให้เอาเดือนเจียงเดือนยี่

     3 4 5 6 ดีแท้แลผิว่าจักได้ฮู้เสาเฮือนเสาใดอันดีบ่ดีให้ฮู้ผิว่าผิว่าเสาใดกกใหญ่ปลายน้อย
     ชื่อว่าน้อยกิลีอยู่ดีมีสุขสำราญดีแลผิว่าเลาใดกกน้อยปลายน้อยมาน                               
      กลางชื่อว่ามุสพลิบ่ดีผิว่าเสาใดกกใหญ่ปลายน้อยชื่อว่ากาลกิณีบ่ดีอยู่จัก
      ตายแลผิว่าเสาใดเมิงเสริมกันอยู่ดีแลฯผิว่าจักดวดเสาต้นขื่อขึ้นข้อมือ 12 ข้อมือ -

จาแปงเสาอยู่นี้ปักดวดเสาสิ่วเสาตักเครื่อง

     -บ่ดีแลต้น 3 ข้อมื้อดีแลผิว่าปุนปักดวดสิ่วแปงเสาดังนั้นให้เอาคากันอย่าให้สันให้
     ยาวกว่ากันผิว่าบ่คากันบ่ดีชื่อว่าเนคอยู่บ่ดีแลให้พิจารณาให้ถืกเทินบัด
     นี้จักจาตัดเครื่องเฮือนอยู่ดีบ่ดีให้ฮู้ก่อนแลผิว่าขื่อ 5 ศอกชื่อว่าอุสุ
     พะลักแลแลผู้ขี้ไร้อยู่ได้เป็นเศรษฐีควรแก่ผู้ขี้ไร้เทินผิว่าขื่อ 5 ศอกแป8ศอกชื่อว่า

     คะชะลักษณ์เป็นเฮือนเสนาผู้ใหญ่ดีแลฯผิว่าขื่อ 5 ศอกแปล 7 ศอกชื่อว่าคัชชลักอยู่จักปรากฏลือชา
     แลผิว่าขื่อ 5 ศอกแป 12 ศอกชื่อว่าคัชชลักอยู่ดีแลผิว่าขื่อ 8 ศอก แป 15 ศอกชื่อว่าอุสุ
      พะลักอยู่เป็นเศรษฐีดีแลผิผู้ใดจักปลูกเฮือนบ่อนใดอย่าให้ต้นไม่ใหญ่แลจุ้ม                               
     ปัวอยู่ใกล้เฮือนบ่ดีแมนวาอยู่ใกล้ประมาณ
2 วาก็บ่ดีไม้ใหญ่อยู่ใกล้ 27 วาก็บ่ดี                               
     แลผิไม้ตีนเป็ดส้มโฮงงิ้วทองแจอีฮูมไม้ฝูงนี้อย่าให้อยู่ใกล้เฮือนเทินแลบ่ดีแลพี่น้อง

เขิงขุดเสาเบิ่งลักขะดีบ่ดี

     พ่อแม่ผัวเมียลูกเต้าเฮือนนั้นจักผิดเถียงกันจักหนีจากกันบ่อย่าแลเจ้าเฮยผิว่าจักเขื่อเฮือนขุด
      เสาก็ดีผิเห็นคนป่วยบ่ปวดมากายดังนั้นเจ้าเฮือนมักเป็นพยาธิกังวลอันตราย

      อนตายบ่ดีอย่าให้มาใกล้มากลายเทินลักษณะบ่ดีแลผิเห็นท่านนุ่งผ้าแดงแล
      ทัดดอกไม้มาใกล้มากลายดังนั้นเจ้าเฮือนนั้นจักฮ้อนใจไฟจักไหม้อย่าให้มาใกล้
      มากลายเทินบ่ดีแลผิว่าเห็นท่านเอาเนื้อนกมากลายดังนั้นดีนักอยู่จักได้ลาภข้าวของเพิงใจแลผิ

     เห็นท่านอุ้มลูกมาใกล้กลายจูงกันมากลายดีจักได้สัตว์ 4 ตีนแลเห็นท่านนุ่งผ้าขาวทัด
      ดอกไม้ขาวถือข้าวเปลือกข้าวสารมากลายจักได้เงินคำดีแลผิเห็นหมาขบกันเห็นท่าน
      เอาตีกันเจ้าเฮือนมักผิดกันเถียงกันบ่ดีดายผิว่าขุดเสาแฮกให้พิจารณาดูผิว่า
      เห็นถ่านไฟอยู่ในดินจักฮ้อนใจนักผิเห็นไม้เห็นทองเห็นไหในดินบ่ได้อยู่เหิงมักป่วย
      บ่ดีแลผิหินแฮ่หินทรายหินผาอยู่สวัสดีแลผิเห็นเง้กเห็นงูจักได้ข้อยคนใหม่แลผิเห็น

ขุดเสาเห็นเป็นลางยอเสาเดือนไปเป็นพยาธิ

     เหล็กเห็นหินขาวจักได้เงินคำแลเจ้าเฮยให้พิจารณาดูเทินฯฯบัดนี้จักจายอเสา                              
     เฮือนก่อนแลเดือนเจียงยี่ สาม ให้ยอเสาก้ำอีสานก่อน สามเดือนนี้ไม้บุฮาเป็นพระยาแล                          
     เดือน สี่ ห้า หก ให้ยอเสาก้ำอาคเนย์ก่อนดีแลสามเดือนนี้ไม้หมากเกลี้ยงเป็นพระยาแลเดือน                      
     เจ็ด แปด เก้า ให้ยอเสาก้ำหรดีก่อนจึงดีแล สามเดือนนี้ไม้ขี้เหล็กเป็นพระยาแล                           
     เดือน สิบ สิบเอ็ด สิบสอง ให้ยอเสาก้ำพายัพก่อนจึงดีแล สามเดือนนี้ไม้คูนเป็นพระยาแล

วันไม้เป็นพระยาอยู่นี้แล

    เมื่อยอเสาเขิงก้ำทักษิณสูงเสี้ยนจึงดีพื้นเฮือนให้กองกวาดไว้จึงดีมีสมบัติแลเจ้าเฮยผิจักยอวันใด
     ให้เอาไม้เป็นพระยาวันมาผูกกับเสาแฮกเสาขวัญแล้วจึงยอเทินวัน 1 ไม้ไผ่เป็นพระยา
    
วัน 2 ไม้เดื่อเป็นพระยาแล วัน 3 ไม้ตูมเป็นพระยาแลวัน 4 ไม้ดอกรักเป็นพระยาวัน 5 ไม้ม่วงเป็น
     พระยาวัน 6 ไม้งิ้วเป็นพระยาวัน 7 ไม้พร้าวเป็นพระยาแลฯฯถ้าจักปลูกเฮือนปีใดวันใดไห้เอาไม้

ขึ้นเฮือนใหม่อยู่นี้แล

     บัดนี้จักขึ้นเฮือนใหม่ก่อนแล วันหนึ่งเอาแหมองขึ้นก่อนจึงดีแลวันสองเอาเงินขึ้นก่อนดีแลวันสาม
    
เอาเสื้อผ้าขึ้นก่อนดีแลวันสี่เอาแก้วแหวนเงินขึ้นก่อนดีแลวัน ๕ ๖ เอากล้วยอ้อยขึ้น
     ก่อนดีแลวันเจ็ดเอาข้าวขึ้นก่อนดีแลบัดนี้จักจาเข้าบ้านใหม่เมืองใหม่ก็ดี
     ให้พิจารณาดูเทินวัน 1 หัวนาคไปบูรพาวัน 2 หัวนาคไปอาคเนย์วัน 3หัว
     
หัวนาคไปปัจฉิมวัน 4 หัวนาคไปอุดร วัน 5 หัวนาคไปอีสานวันหกหัวนาคไปทักษิณวัน 7 หัวนาคไป-

 ขึ้นเฮือนใหม่อยู่นี้ผิปงฮวายออกยามมีดังนี้

    พายัพแล ผิจักขึ้นเฮือนใหม่ให้เอาคันไดก่ายก้ำหัวนาคขึ้นก่อนจึงเอาคันไดไปก่ายซานขึ้นเทิน
    เจ้าเฮยฯฯวัน 1 ตุด วันสองเที่ยงวันสามกองงายวัน 4 แถใกล้เที่ยงวัน 5 ค่ำ
    วัน 6 ตุดซ้าย วัน 7 กองแลง**อย่าให้กับยามมันออกเทินบ่ดีแลผิว่าจักปลูกข้าว
     แฮกดังนี้เมื่อลงเฮือนไปคั้นได้ยินเสียงฟานไผให้คืนมาเสียก่อนจึงตั้วงไปที่ใหม่คั้นบ่
     ได้ยินเสียงสัตว์ฮ้องจึงดีคนบ่เทียวจึงแรกอย่าให้ไผเห็นเทินเมื่อเอาต้นข้าวลงว่าดังนี้

หน้าแรก

เรียบเรียง  นายณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์  
ภาพโดย     - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (เฮือน)
                - นายณรงศักดิ์ ราวะรินทร์ (โครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ )



โครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  
อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ๔๔๑๕๐  โทร. ๐๔๓-๗๕๔๓๒๑-๔๐ ต่อ ๒๐๑๘, ๒๐๒๑
เพื่อความสวยงามของจอภาพควรใช้ text size : medium ความละเอียดของจอภาพ ๘๐๐ x ๖๐๐ 
ส่งข้อแนะนำ หรือข้อคิดเห็น ได้ที่ : Webmaster