สำรวจจัดระบบเอกสารใบลาน วัดท่าม่วง ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ ๗-๙ และ ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ประวัติวัดท่าม่วง
               วัดท่าม่วงตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๔ บ้านท่าม่วง หมู่ ๒ ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๑ งาน ๕๐ ตารางวา
ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๔ ได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ อาณาเขตทิศเหนือทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตกจดที่สาธารณะประโยชน์

                      ซุ้มประตูวัดท่าม่วง                      ศาลาการเปรียญหลังเก่าสร้างด้วยไม้                                ประตูโขงทางด้านทิศเหนือ

                      ป้ายชื่อ                                  วิหารรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส                                   ศาลาการเปรียญหลังใหม่

                อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๓.๕๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีต สร้างเมื่อ พ.ศ ๒๔๙๙ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๑ เมตร
เป็นอาคารไม้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ (ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมมาก) และกุฎิ ๑ หลัง เจ้าอาวาสที่ทราบนาม มีดังนี้ รูปที่ ๑ พระครูศิลจารวิสุทธิ์ รูปที่ ๒ พระยัง รูปที่ ๓ พระชื่น รูปที่ ๔ พระครูโสภณธรรมากร รูปที่ ๕ พระครูสุธรรมวรนาถ ปัจจุบัน

ประวัติอำเภอเสลภูมิ
                อำเภอเสลภูมิ   มีชื่อว่า “ บ้านบึงโดน ”   ชื่อนี้เข้าใจว่าจะเรียกตามชื่อบึงแห่งใหญ่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า บึงโดน ซึ่งอยู่ติดโคกภูดิน โดย หลวงจุมพลภักดี  
บุตรพระประทุม    ( คำผง)
  เจ้าเมืองอุบลราชธานี เป็นนายกองปกครอง   บ้านเขาบึงโดน   สังกัดอยู่กับแขวงเมืองยโสธร   ซึ่งมี พระสุนทรราชวงศา (เหม็น) เป็นเจ้าเมืองและแต่งตั้งให้หลวงจุมพลภักดี เป็นกรมการเมืองยโสธรอีกด้วย ต่อมาพระราชสุนทรวงศา (เหม็น) เสียชีวิต   พระสุนทรราชวงศานุพรม ได้เป็นเจ้า
เมืองยโสธร หลวงจุมพลภักดี กรมการเมืองยโสธร   ขออาสานำพลเร็วยกขึ้นกรุงเทพฯ ฝ่ายพระสุนทรราชวงศานุพรมไม่ยอม   หลวงจุมพลภักดี   กรมการเมือง
มีความขุ่นเคือง จึงนำบัญชีชื่อตัวเลขไปสมัครขึ้นกับพระราษฎรบริหาร เจ้าเมืองกมลาสัย
              พระราษฎรบริหาร   จึงได้มีใบบอกลากราบบังคมทูลพระกรุณา ขอตั้ง บ้านเขาดินบึงโดน เป็นเมืองเสลภูมินิคม   เมื่อจุลศักราช   ๑๒๔๐   ปีเถาะ   ( พ.ศ.๒๔๒๒) และได้มีพระราชทานนามสัญญาบัตร ตั้งหลวงจุมพลเป็นผู้ว่าราชการ เมืองเสลภูมินิคม   ครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๕   ทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้า ตั้งมณฑลร้อยเอ็ดขึ้น เมืองเสลภูมินิคม จึงรวมกับมณฑลร้อยเอ็ด   เรียกว่าเมืองเสลภูมิ   และในปี พ.ศ. ๒๔๕๗   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดรูปแบบการปกครอง
ท้องถิ่นเสียใหม่ โดยตราพระราชบัญญัติ ลักษณะการปกครองท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๔๕๗   ขึ้น   โดยการจัดรูปแบบการปกครองเป็นจังหวัด อำเภอ   เมืองเสลภูมิ จึงเป็นอำเภอ เสลภูมิ   สังกัดจังหวัดร้อยเอ็ด   ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา นับตั้งแต่เริ่มเป็นอำเภอเสลภูมิ   (พ.ศ.๒๔๕๗) จนถึงปัจจุบัน   มีนายอำเภอปกครอง   ๓๗   คน คนปัจจุบัน คือ นายมนตรี   บุบผาวัลย์   ( พ.ศ. ๒๕๔๖- ปัจจุบัน)

อาณาเขต

อำเภอเสลภูมิมีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ                 ติดกับพื้นที่อำเภอโพธิ์ชัย , โพนทอง , หนองพอก

ทิศใต้                       ติดกับพื้นที่อำเภออาจสามารถ , พนมไพร

ทิศตะวันออก         ติดกับอำเภอเมืองยโสธร , พนมไพร

ทิศตะวันตก            ติดกับพื้นที่อำเภอธวัชบุรี

การปกครอง

                มีพื้นที่ประมาณ   ๗๙๒ , ๓๓๘   ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น   ๑๘   ตำบล มี   ๑๖   องค์การบริหารส่วนตำบล   ๒   เทศบาล    มี   ๒๓๕   หมู่บ้าน ประชากร   ๒๒ , ๗๕๖   ครัวเรือน    ๑๐๘ , ๐๕๘    คน   เป็นชาย   ๕๓ , ๘๓๐   คน           หญิง   ๕๔ , ๒๒๘   คน ( ประชากรข้อมูลจาก กรมการปกครอง   ณ   วันที่   ๒๒   พฤษภาคม   ๒๕๔๘ )
สภาพเอกสารใบลานที่จัดเก็บภายในวัด
      ใน ระหว่างวันที่ ๗-๘ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ทางโครงการอนุรักษ์ใบลานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ดำเนินการ
สำรวจและจัดระบบเอกสารใบลาน ณ วัดท่าม่วง ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือว่าเป็นวัดแรกในการสำรวจจัดระบบของโครงการฯ
      โดยมี อาจารย์สมัย วรรณอุดร เป็นหัวหน้าทีมสำรวจจัดระบบ กับเจ้าหน้าที่โครงการ รวมทั้งสิ้น ๖ คน โดยได้รับความกรุณาจาก พระครูสุธรรมวรนาถ เจ้าอาวาสวัด
ผู้ที่มี อัชฌาสัย ไมตรี เป็นที่น่านับถือ ซึ่งพระคุณเจ้าท่านได้กรุณาบอกเล่าประวัติเมืองท่าม่วง และคำสอนต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน อย่างมากมายและที่สำคัญท่านได้กรุณาจัดอาหารกลางวันให้กับทีมจัดสำรวจระบบของเราทุกวันที่เข้าไปทำงานในอารามของท่าน จึงใคร่ขอกราบขอบพระคุณ
พระคุณเจ้า พระครูสุธรรมวรนาถ ไว้เป็นอย่างสูง
       สภาพเอกสารใบลานก่อนที่เราจะเข้าจัดระบบนั้น เอกสารใบลานถูกจัดเก็บอยู่ในสภาพเรียบร้อยบนชั้นเหล็กที่ทำขึ้นเป็นพิเศษโดยห่อผ้าขาวไว้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่โครงการไม่ต้องออกแรงทำความสะอาดสถานที่มากนัก ภายในห้องเก็บเอกสารใบลานมีทั้งผ้าห่อคัมภีร์เก่าที่เคยใช้ห่อมัดไว้อย่างเป็นระเบียบและมีผ้าซิ่นใหม่ที่ชาวบ้านบริจาคมาเพื่อใช้ห่ออีกจำนวนมาก รวมถึงตู้และหีบ
พระธรรมฝีมือช่างพื้นบ้าน ซึ่งไม่ได้เขียนสีวิจิตรงดงามอย่างช่างหลวงแต่เมื่อมองมิติทางด้านวัฒนธรรมแล้วเรากับเห็นคุณค่าหน้าที่การใช้งาน ในการจัดเก็บเอกสาร
ใบลานให้รอดพ้นจากสัตว์ จากฝุ่น ความชื้น ถึงแม้ลวดลายจะมีการลงรักอย่างหยาบแต่สะท้อนให้เห็นเห็นความเชื่อเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น
รูปนกหัสดีลิงค์ รูปสัตว์ต่าง ๆ และลวดลายต่าง ๆ
     จำนวนเอกสารใบลานที่พบมีประมาณ ๑๐๐ มัด ซึ่ง พระครูสุธรรมวรนาถ เจ้าอาวาสวัดท่าม่วง และพระครูสีลสาราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าสักดาราม บ้านท่าม่วง ได้ร่วมกันอนุรักษ์เอกสารใบลานดังกล่าวไว้
     จากการจัดระบบเอกสารใบลาน เอกสารส่วนมากยังไม่มีการจัดระบบหมวดหมู่แต่มีการมัดอย่างดีและมิดชิด เมื่อเจ้าหน้าที่โครงการแก้เชือกห่อออกดูแล้วปรากฏว่าเป็นเอกสารใบลานคนละเรื่องบ้าง มีการบอกชื่อเรื่องไม่ตรงกับใบหลบหน้าบ้าง ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการแยกเป็นหมวดและแบ่งเป็นชื่อเรื่องเพื่อความสะดวกในการค้นหาในอนาคต ในการจัดระบบครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเอกสารใบลานโดยการถ่ายภาพเก็บบันทึกไว้ในฐานข้อมูล เนื่องจากลักษณะการทั้งตัวอักษรและรูปภาพมีความสวย
งามเป็นพิเศษ เช่น รูปยันต์ รูปช้าง รูปม้า รูปนาค เป็นต้น รวมไปถึงไม้ประกับแกะสลักที่มีความจิจิตรสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

อักษรที่พบมีอยู่สามประเภท ได้แก่ อักษรธรรม อักษรขอมและอักษรไทยน้อย
       อักษรธรรม หรือ ตัวธรรมเป็นอักษรที่มีแพร่หลายในบริเวณพื้นที่ภาคอีสานตอนบน สาระในหนังสือจะเน้นหนักไปในเรื่อง พระไตรปิฎก พระวินัย พระอภิธรรม
พระสูตร ตำราพิธีกรรมบาศรี สูดขวัญ คำสอน โหราศาสตร์รวมถึงนิทานธรรม
        อักษรขอม สาระของหนังสือ จะเป็นแบบเรียนภาษาบาลี และพระอภิธรรม ซึ่งพบมากในภาคกลาง และภาคอีสานตอนใต้ ส่วนทางภาคอีสานตอนบน ส่วนมากจะเป็นแบบเรียนภาษาบาลีและพระไตรปิฎก เป็นส่วนมาก
       อักษรไทยน้อย เป็นชนิดของจาร ในหนังสือผูกเป็นเรื่องราวพื้นบ้านต่าง ๆ ได้แก่ กฎหมายโบราณ กฎหมายหลักคำ นิยายนิทานพื้นบ้าน เช่น นกจอกน้อย การะเกด
สินไซ ชาดก เช่น เตมี พระเวสสันดรชาดก รวมไปถึง ตำรายา สูดขวัญ พิธีกรรม ที่เกี่ยวข้องกับทางโลกเป็นสำคัญ
        หลังจากที่ตรวจเช็คชื่อเรื่องและกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะมัดเป็นผูกผูกละเรื่อง หรือ ๑ ผูกจะมัดให้อยู่ในหมวดเดียวกัน กรอกชื่อใส่ฉลากเพื่อ
แสดงชื่อเรื่อง จากนั้นทำการมัดโดยแบ่งหมวดตามสีที่ใช้ เช่น สีเหลือง เป็นหมวดของตำนานพระพุทธศาสนา สีฟ้า เป็นหมวดของนิทานพื้นบ้าน สีขาวอยู่ในหมวด
พระวินัยปิฎก พระสุตันตปิฎก พระอภิธรรม สีแดง เป็นหมวดของพิธีกรรม สีม่วงเป็นหมวดกฎหมาย สีเทาเป็นหมวดปกิณณกะ เป็นต้น

หลังจากมัดและใส่ฉลากแล้วเจ้าหน้าที่ก็จัดเรียงเอกสารใบลานตามหมวดที่ได้จัดไว้ สังเกตได้โดยสีของเชื่อก เป็นสำคัญ

       อุปสรรคในการสำรวจจัดระบบเอกสารใบลานครั้งนี้ถือว่าไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรคเลยเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ และทางเจ้าอาวาสท่านก็ยินดีอย่างมากที่เรามาช่วยอนุรักษ์และจัดระบบให้ รวมถึงการได้รับความเอื้อเฟื้อด้านอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์จากพระคุณท่าน ถือเป็นความประทับใจสำหรับกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยอย่างมาก

       เอกสารใบลานทั้งหมดได้รับการคัดลอก แปล จากศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามแล้ว ซึ่งการสำรวจจัดระบบเอกสาร ใบลานครั้งนี้ถือว่าเป็น
การสานต่องานจากกลุ่มคนผู้เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยรุ่นก่อนเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการธำรงซึ่งมรดก ของชาติให้สืบต่อไปในอนาคต       ประมวลภาพกิจกรรมสำรวจจัดระบบเอกสารใบลานในวัดท่าม่วงดังนี้

สภาพจริงของการจัดเก็บเอกสารใบลานอยู่ในกุฏิเจ้าอาวาส

ตู้พระธรรมและหีบพระธรรมที่เคยจัดเก็บเอกสารใบลานแต่ปัจจุบันได้จัดเก็บโดยตั้งไว้ที่ชั้นเหล็ก

ลวดลายต่าง ๆ ที่ปรากฏในตู้พระธรรม

สภาพใบลานถูกมัดห่ออย่างดีและมิดชิดถูกเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่โครงการกำลังแก้ผูกเอกสารใบลานเพื่อตรวจชื่อเรื่องและจัดหมวดหมู่

เจ้าหน้าที่กำลังแยกประเภทเอกสารใบลานกองเป็นหมวดต่าง ๆ

เอกสารใบลาน เรื่องอินทร์ใช้ชาติ กับไม้ประกับแกะสลักลายโบราณ

เอกสารสมุดข่อยโบราณเขียนลักษณะของยันต์อักษรขอม

ใบลานที่ได้รับการคัดแยกประเภทและรู้ชื่อเรื่องจะเขียนบันทึกข้อมูลใส่แบบกรอกประวัติ

และเขียนข้อมูลเกี่ยวข้องในกระดาษสีเหลืองเพื่อให้ทราบชื่อเรื่องเอกสารใบลานในห่อ

เจ้าหน้าที่ตรวจชื่อเรื่อง ทำความสะอาดใบลานและมัดให้เป็นหมวดหมู่

ผลงานศิลปะของผู้จารบางส่วนที่พบในเอกสารใบลานวัดท่าม่วง

เจ้าหน้าที่ห่อผ้าและมัดอย่างประณีต

ผลงานที่ได้จัดระบบหมวดหมู่สังเกตโดยสีของด้ายที่ใช้มัดห่อ

เจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปร่วมกับผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใน ๖ วัน

เจ้าหน้าที่จัดเรียงมัดเอกสารใบลานเข้าชั้น เป็นอันสำเร็จเรียบร้อย

 

------------------------------------------------

 

โครงการอนุรักษ์ใบลานภาคอีสาน www.bl.msu.ac.th