ข่าวการสำรวจใบลาน
HOME
เกี่ยวกับโครงการ
บุคลากร
งานวิจัย
สมุดเยี่ยม
ฐานข้อมูล
การสำรวจใบลานในเขตท้องที่ อำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย
วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๗
              ทางโครงการได้มีกำหนดการในการสำรวจใบลานในอำเภอต่าง ๆ ของ
จังหวัดมหาสารคามให้ครอบคลุมในทุกอำเภอโดยจะเลือกเอาจากอำเภอละ ๓ วัด
เป็นวัดเป้าหมาในการสำรวจใบลานโดยเลือกวัดที่น่าสนใจที่มีจำนวนใบลาน
เป็นจำนวนมากและมีใบลานที่มีเรื่องในการจารที่น่าสนใจทั้ง วรรณกรรม
พงศาวดาร ตำรายา กฎหมาย นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราสำรวจและแต่ละครั้งจะต้อง
ทำบัญชีใบลานเก็บไว้ด้วย เช่นเดียวกันวันที่ ๒๒ เมษายนที่ผ่านมาทางโครงการ
ได้ออกสำรวจใบลานในเขตท้องที่ อำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัด มหาสารคาม
โดการนำทีมของ อาจารย์วีณา วีสเพ็ญ ประธานโครงการฯจุดแรกที่ทางโครงการ
สำรวจก่อนคือ

               ๑)วัดทองนพคุณ ต.ปะหลาน อ. พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม โดยการสืบค้นจากเอกสารที่ทางวิทยาลัยครูมหาสารคาม
ได้สำรวจไว้ พ.ศ. ๒๕๒๘เป็นข้อมูลพื้นฐานและเพื่อเป็นการสำรวจซ้ำว่าสภาพใบลานปัจจุบันคงอยู่หรือสูญสลายไปกับกาลเวลา
จากการที่เจ้าอาวาส พระครูสุตตธรรมานุยุต เจ้าอาวาสวัดซึ่งเคยอบรม "โครงการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการให้ความรู้ใน
การอนุรักษ์ใบลาน ๔ ภาค" วันที่ ๒๔-๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๖ ที่ผ่านมาทำให้พระคุณเจ้าท่านตระหนักและรับรู้ถึงปัญหาและการ
อนุรักษ์เป็นอย่างดีโดยอำนวยความสะดวกในการสำรวจเป็นอย่างดีเนื่องจากเอกสารใบลานมีจำนวนมากทางโครงการจึงได้
ตรวจชำระโดยละเอียดในเวลาต่อไปเพราะวันนี้มีอีกหลายวัดที่ทางโครงการมีโปรแกรมสำรวจ อีกหลายวัดในอำเภอนี้โดยได้
รับข้อมูลจากอ.ประเทศ ปัจจังคตา นักวิจัยของสถาบันศิลปวัฒนธรรมอีสาน
              ๒ )วัดสวนตาลบ้านแก่นท้าว เป็นวัดที่มีต้นตาลเป็นจำนวนมากจึงได้ชื่อว่าสวนตาลแก่นท้าวโยมีประวัติเกี่ยวข้องมาก
ดังจะขอนำเสนอต่อไปนี้

ประวัติย่อของหลวงพ่อพระครูสีหราช

เกิดที่บ้านหนองกก อ. เมืองคง หรือ อ.ราษีไสล จ. ศรีสะเกษ บิดาและมารดา
จำชื่อไม่ได้ พี่น้องมีทั้งหมด 12 คน คนโตชื่อ จู คนที่ 2 ชื่อจัน การศึกษาของ
ด.ช. จู บรรพชา ที่บ้านหนองกก คนน้อง ด.ช. จัน ไปศึกษาที่วัดกำแพง ทั้ง 2 คน
ได้ศึกษาทางบาลีที่วัดพระโต จ. ศรีสะเกษ และในสมัยนั้น บ้านเมืองเกิดโรคระบาด
ผู้คนล้มตาย คือ อหิวาตกโรค ทำให้ข้าวยากหมากแพง จึงได้พาญาติโยมหนีไป
อาศัยอยู่เมืองประหลาน อาศัยอยู่พยัคฆภูมิพิสัยในปัจจุบันนั้น ญาติโยมที่ติดตาม
หลวงพ่อมา ก็มาตั้งบ้าน คือ บ้านหนองกก (มาปิระ เรื่อง ภาษาเยอ) ที่มีชื่อเรียกกัน
ในทุกวันนี้ ส่วนบ้านหนองกกเป็นสายเครือญาติ ตอนนั้นได้อุปสมบทได้ 13 พรรษา
และญาติโยมได้รดน้ำเป็นญาครู เดิมชื่อ จูสี แล้วแต่ญาติโยมจะเรียก เมื่อญาติโยม
รดน้ำแล้วจึงพากันเรียกท่านเป็นอัญญาครูสี ในระหว่างพระอัญญาครูสี ก่อนจะได้
สร้างวัดบ้านแก่นท้าว เห็นว่าที่นั่นเป็นป่าขบวน ทางพ่อค้าไปมาสะดวก ทางหลวงพ่อ
จะได้รับพระราชทานนาม ท่านได้สร้างวัดแก่นท้าวแล้วในช่วงนั้นท่านเป็นพระที่มี
ชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

ในปี พ.ศ. 2320 ได้จัดสร้างพระอุโบสถที่วัดแก่นท้าวพร้อมทั้ง หอไตรอาศัยปัจจัยจากโยมปี 2342 ข่าวทราบไปถึง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในสมัยพระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมหลวงพ่อพระอัญญาสี ท่านมีความศรัทธาในตัวหลวงพ่อ
จึงได้นำพระพุทธรูปมาถวาย 1 องค์ โดยนำพระพุทธรูปขึ้นหลังช้างมาและได้แต่งตั้งให้หลวงพ่อเป็นพระครูของพระองค์ และทรง
พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “พระครูสีหราช” เป็นพระนามยศครั้งแรกในเขตราชอาณาจักร หลังจาก ทำพิธีเสร็จก็มอบของศักดิ์สิทธิ์
วิชาอาคมที่ได้เรียนมาจาก จ. ศรีสะเกษ ให้แก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและศิษย์ทั้งหลายในเขตพระตะบอง

ประวัติปาฏิหาริย์จากพ่อใหญ่หนู

ไม่รู้ที่มาที่แท้ คนชื่อหอยไปเป็นทหารอยู่ที่โคราช มีแม่ทัพไปขอลองยิงของทหาร
ที่มีทั้งหมดในยุคนั้นมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ให้ทหารลองยิงของ
ของทหารที่เอาไปด้วยทุกคนปรากฎว่ายิงออกทุกคน ยกเว้นชานหมากที่เอามา
จากวัดบ้านแก่นท้าว ถึงเอาปืนกลมายิงออกแต่ไปไม่ถึงเพียงแต่กลิ้งไปทำให้
แม่ทัพสอบถามว่าของนี้เอามาจากไหน เจ้าของชานหมากนี้คือ ทหารหอย ชาวบ้าน 
แก่นาข้าว รู้ดีในนามคู่ชีวิตของแม่ใหญ่บุตร ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ทราบข่าวถึง
พระมหากษัตริย์ในสมัยนั้น จึงเสด็จถามเบื้องต้นว่ามา ย้อนกลับไปอีกตอนนี้ว่ามี
นายทหารจำนวนมาก เดินอยู่รอบๆ วัด จนหลวพ่อแปลกใจ ถึงกับตะโกนเรียกว่า
เจ้าหัวๆ ใครเดินมาอยู่เยอะจัง (คำว่าเจ้าหัวก็คือพระหนุ่มๆ ที่ยังไม่มี ครอบครัว
หรือยังไม่แต่งงาน พอเรียกมาถามก็ทราบว่าของพี่ยิงไม่ออกได้ไปจากวัดแก่นท้าว
เลยรู้ถึง ท่านเจ้าอยู่หัวเบื้องต้นตามที่ท่านรู้ เล่ามาก่อน ๆ แต่พ่อใหญ่หนูรู้ถึงความ
ศักดิ์สิทธิ์ ตามที่เล่ามานี้แต่ก่อนอยู่บ้านแก่นท้าว หลวงปู่อยู่บวชมาก่อน ท่านว่าอย่างนี้
ตามที่สืบประวัติจากพ่อใหญ่หนูมีอายุมากกว่าทุกคนในบ้านแก่นท้าวปัจจุบัน ตอนนี้
เขาลือว่าตายแล้วนี่เป็นคำบอกเล่าจากปากคนแก่เฒ่าของบ้านแก่นท้าวส่วนใบลาน
นั้นเนื่องจากเจ้าอาวาสไม่อยู่ทางคณะสำรวจจึงเอาไว้สำรวจในครั้งต่อไป

               ๓) วัดบ้านเหล่า ทางโครงการได้ออกสำรวจบริเวณวัดและเสนาสนะต่างๆแล้วเนื่องจากเจ้าอาวาสไม่อยู่จึงไม่สามารถ
สำรวจใบลานได้
               ๔)วัดตาลอก ต.เม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม จากการสอบถามเจ้าอาวาสใบลานได้ชำรุดเสียหายหมด
เนื่องจากขาดการดูแลขณะนี้ทางวัดจึงไม่มีใบลานเหลืออยู่เลย
               ๕) วัดกลางเม็กดำ ต.เม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จากการสำรวจได้พบใบลานจำนวนมากที่อยูในสภาพสัตว์แทะกินอยู่ใน
ตู้พระธรรมขนาดเล็กทางคณะสำรวจจึงได้จัดการทำความสะอาดและห่อไว้บางส่วนและที่ไม่สมบูรณ์ก็ห่อไว้อีกชุดหนึ่งเรื่องส่วนใหญ่ 
เป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฮอมธาตุ พระอภิธรรม ฯลฯ เป็นการสิ้นภาระกิจในการสำรวจครั้งนี่และวัดที่จะสำรวจซ้ำคือ วัดบ้านเหล่าและ
วัดสวนตาลแก่นท้าวในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๗ อีกครั้งหนึ่ง

เรียบเรียง นายณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์
ถ่ายภาพ ผศ.วีณา วีสเพ็ญ
 

โครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ๔๔๑๕๐  โทร. ๐๔๓-๗๕๔๓๒๑-๔๐ ต่อ ๒๐๑๘, ๒๐๒๑
เพื่อความสวยงามของจอภาพควรใช้ text size : medium
ความละเอียดของจอภาพ ๘๐๐ x ๖๐๐ 
ส่งข้อแนะนำ หรือข้อคิดเห็น ได้ที่ :
Webmaster