หน้าแรก
 

 

กฎหมายโบราณ

         ธรรมมะสาด (ส.สาสตร์) แม่นคัมภีร์กฎหมายหรือหลักกฎหมายอันมีมาในประเทศอินเดียแต่บูราณ เป็นคัมภีร์ที่กว้างใหญ่ไพศาลหลาย ตามตำนานกล่าวว่า พระมโนสารหรือมนูเป็นผู้แต่งกฎหมายธรรมศาสตร์นี้ขึ้นเป็นครั้งแรก เหตุนั้นจิ่งเรียกว่า ธรรมนูญหรือธรรมศาสตร์พระมนู เป็นพระเจ้าผู้สร้างมนุษย์และปกครองโลกมีทั้งหมด ๑๔ องค์ เรียงกันมาเป็นยุค ๆ ยุคหนึ่งเรียกว่า มนุวันตระ นานกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ปี พระมนูองค์แรกที่เป็นผู้ตั้งกฎหมายนั้นชื่อว่า สวายัมภูวะ
        กฎหมายธรรมศาสตร์ของลาวฉบับนี้ คงจะได้มาจากธรรมศาสตร์ของอินเดียนั้นเอง แต่เพิ่นคงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับฐานะของประเทศในเวลานั้น คำว่า “เวลานั้น” จะแม่น เวลาใด สมัยใด ก็ยังบ่คักแน่ แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่าคงจะแม่นในสมัยของสมเด็จพระเจ้าสุรียวงศาธรรมมิกราช เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้
         ๑. ในหน้าต้นของหนังสือธรรมศาสตร์นี้ บอกไว้ว่า “ศักราช ๒๒ ตัว อาชญาเจ้า องค์หลวง ปลงอาชญาใส่หัวมหาเสนาให้แปลงถวาย” ดังนี้
         ศักราช ๒๒ ตัวนั้นแม่จุลศักราช ๑๐๒๒ (ตรงกับพุทธศักราช ๒๒๐๓ คริสตศักราช ๑๖๖๐) แลคำว่า “อาชญาเจ้าองค์หลวง” นั้นแม่นพระนามที่ประชาชนเรียกสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิราชด้วยความนับถือ บ่ได้เรียกพระเจ้าแผ่นดินองค์อื่นเลย ในจดหมายเหตุย่อเวียงจันทร์เขียนไว้ว่า “ศักราช ๕๗ ปี รับได้อาชญาเจ้าองค์หลวงนิพพาน พระยาจันนั่งเมืองแล” ดังนี้คำว่า “ศักราช ๕๗ แม่นจุลศักราช ๑๐๕๗ คำว่า “อาชญาเจ้าองค์หลวงนิพพาน” แม่นสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราช สวรรคตแล้วพระยาจันผู้เป็นอัครมหาเสนาบดี ยาดชิงเอาราชสมบัติ เพราะตามประวัติศาสตร์ก็กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราช ได้ขึ้นเสวยในปีจุลศักราช ๙๙๕ (ค.ศ. ๑๖๓๓) เสด็จสวรรคตปีจุลศักราช ๑๐๕๗ (ค.ศ. ๑๖๙๕)
         ๒. ในธรรมศาสตร์ ผูกต้นหน้าหนึ่งได้บอกธรรมเนียมแต่งราชสารไปเมืองอยุธยา (ไท) แลไปกรุงกัมพูชา (เขมร) ไว้หลายอย่าง แลเรียกชื่อเสนาบดีเมืองอยุธยาว่า “ออกญาโกษาธิบดี” เรียกชื่อเสนาบดีเมืองเขมรว่า “ออกญาเจ้าฟ้าทะละหะ” ออกญาโกษาธิบดีนั้นแม่นเสนาบดีผู้ใหญ่ของพระนารายณ์มหาราช พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาเซิ่งเป็นกษัตริย์เสวยราชย์สมบัติในสมัยเดียวกันกับ
สมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราช เวียงจันทร์แลคำว่า “ออกญา” นี้ใช้เป็นคำนำหน้านามเสนาผู้ใหญ่ในสมัยนี้ท่อนั้น
         !เหตุดังนั้น จึงเชื่อคักว่า กฎหมายพระธรรมศาสตร์ลาวฉบับนี แต่ขึนในปีจุลศักราช ๑๐๒๒ (ค.ศ. ๑๖๖๐) อันเป็นสมัยพระเจ้าสุริย
วงศาธรมิกราชแท้
         กฎหมายธรรมศาสตร์ลาวฉบับนี้ เพิ่นแต่งขึ้นตามหลักของศีล ๕ ในพุทธศาสนา คือ กล่าวแต่ห้องปาณาติบาตไปจนเถิงห้องสุราแล้วแบ่งหนังสือกฎหมายนี้ออกเป็น ๘ ผูก ในจำนวน ๘ ผูกนี้ ผูก ๑ กับผูก ๒ อันเป็นฉบับเดิมของลาวแท้นั้น คงจะกล่าวด้วยลักษณะ ปาณาติบาต (การฆ่ากันตาย) ตั้งแต่ข้อ ๑ ไปจนถึงข้อ ๑๐๖ เป็นสุดเรื่องปาณาติบาต (การฆ่ากันตาย) ตั้งแต่ ข้อ ๑ ไปจนถึงข้อ ๑๐๖ เป็นสุดเรื่องปาณาติบาต
         แต่ในหนังสือธรรมศาสตร์ ๘ ผูกนี้ เรื่องปาณาติบาตไปมีอยู่ในผูก ๖ แลก็มีอยู่ แต่ข้อ ๖๑ วรรคปลาย (เคิ่งนึ่ง) ไปจนถึงข้อ ๑๐๖ ขาดความไปถึง ๖๐ ข้อ อันนี้สังเกตได้ว่า (ผูก ๑ กับผูก ๒ อันเป็นของเดิมนั้นคงสูญหายเสีย ผู้เขียนใหม่บ่เข้าใจหรือหาบ่ได้ไปได้ธรรมศาสตร์ของไทยมาจิ่งมาเขียนให้เป็นถูก ๑ แลผูก ๒ ต่อเข้าไว้พอให้เต็มจำนวน ๘ ผูกท่อนั้น ข้อความจึงสับปนกันทั่วไป
         ที่ข้าพเจ้ากล่าวว่า ผู้เขียนใหม่หรือผู้ท้อนโรม หนังสือธรรมศาสตร์นี้ขึนไว้ใหม่ไปได้ของไทยมานั้น เพราะในผูก ๑ และผูก ๒ ของหนังสือธรรมศาสตร์ฉบับท้าวบุญธิเสนเขียนให้อาชญานี้ กล่าวด้วยอทินนาทาน ตั้งแต่ลักษณะตู่เอาทรัพย์และฝากทรัพย์ ไปจนเถิงลักษณะทาส โรมทังหมด ๑๔๘ ข้อ ล้วนแต่เป็นสำนวนไทยทั้งมวล* ส่วนลักษณะอทินนาทานอันเป็นสำนวนภาษาลาวนั้น ไปมีอยู่ผูกที่ ๕ โรมทั้งหมดมี ๗๐ ข้อท่อนั้น
         ในการแก้ไขธรรมศาสตร์ฉบับนี้ ข้าพเจ้าได้เรียงลำดับใหม่ บ่เอาตามผูกที่สับสนกัน คือได้จัดเอาห้องปาณาติบาตไว้ต้น แล้วต่อด้วยอทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาทและสุรา เป็นลำดับไปตามเค้าเดิม ปาณาติบาตนั้น
         สำหรับห้องปาณาติบาตนั้นแต่ข้อ ๑ ไปหาข้อ ๖๑ วรรคต้นบ่เห็น เข้าใจว่าต้นฉบับเดิมคงสูญเสียดังกล่าวแล้ว ส่วนลักษณะอทินนาทาน อันเป็นสำนวนไทยนั้นได้ลำดับไว้ต่อลักษณะอทินนาทาน อันเป็นสำนวนลาวและหมายเหตุไว้นำว่า “สำนวนไทย”
         กฎหมายธรรมศาสตร์ของลาวเราแต่บูราณ ท่อที่ข้าพเจ้าซอกค้นเห็นมีอยู่ ๓ อย่าง หรือ ๓ ฉบับ คือ สร้อยสายคำ ๑ สังคหปกรณ์ ๑ แลธรรมศาสตร์นี้ ๑ สำหรับหนังสือส้อยสายคำและสังคปกรณ์นั้นกล่าวด้วยกฎหมายแลรีดคลองประเพณี เปรียบเทียบใส่วินัยของสงฆ์ แต่บ่ได้กำหนดไว้เป็นข้อ ๑-๒-๓... โดยลำดับ เห็นว่าหนังสือธรรมศาสตร์นี้กล่าวไว้เป็นข้อโดยลำดับว่า จึงได้ชำระแก้ไขเอาธรรมศาสตร์นี้ไว้ก่อนเพื่อบ่อให้สูญหายเมื่อมีโอกาสจิ่งจะได้จัดพิมพ์ส้อยสายคำแลสังคปกรณ์ต่อไปนี้
 

มหาสีลา วีรวงค์
เลขานุการกรรมการวรรณคดี
วันที่ ๑ มกรา (คม) พ.ศ. ๒๔๙๙

ที่มา หนังสือคัมภีร์พระธรรมศาสตร์บูราณ (กฎหมายเก่าของลาว ) อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และคณะ


โครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  
อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ๔๔๑๕๐  โทร. ๐๔๓-๗๕๔๓๒๑-๔๐ ต่อ ๒๐๑๘, ๒๐๒๑
เพื่อความสวยงามของจอภาพควรใช้ text size : medium ความละเอียดของจอภาพ ๘๐๐ x ๖๐๐ 
ส่งข้อแนะนำ หรือข้อคิดเห็น ได้ที่ :
Webmaster